ตีแนวรับแนวต้านแบบมืออาชีพ (2)

ตีแนวรับแนวต้านแบบมืออาชีพ (2)

 

shutterstock_142849936

 

#5 ควรดูกราฟย้อนหลังกี่วัน กี่เดือน หรือกี่ปี

ยิ่งราคาผ่านมานานแค่ไหน ความสำคัญของราคาในช่วงนั้นยิ่งน้อยลงแค่นั้น

ยกตัวอย่างว่า

ช่วงของค่าเงิน USDJPY เมื่อ 20 ปีย้อนหลัง ลองคิดดูว่า 20 ปีที่ผ่านมา พื้นฐานของค่าเงินนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ราคา ณ ตอนนั้นแทบไม่ได้มีความหมายอะไรเลยกับปัจจุบัน ไม่ควรเอามาใช้เป็นแนวรับแนวต้าน

คำถามคือแล้วกี่วัน กี่เดือน หรือกี่ปี ละจะดีที่สุด

ช่วงเวลาแนะนำคือ 3 – 6 เดือน สำหรับเทรดเดอร์ทั่วไป เนื่องจากเป็นช่วงที่เทรดเดอร์ส่วนมากนิยมกัน

 

#6 อย่าตีเยอะ

เคยเห็นเทรดเดอร์บางคนตีเส้นแนวรับแนวต้านเต็มไปหมด เหมือนกับรูปวาดอะไรบางอย่างเลยทีเดียว ในการใช้เทรดจริงนั้น ไม่จำเป็นเทรดทุกแนวรับแนวต้าน ให้เทรดเฉพาะแนวรับแนวต้านที่ชัดเจน ที่สำคัญจริงๆ เพื่อให้การเทรดของเรานั้นเกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด

 

ตีเยอะ

 

จะเห็นได้ว่ากราฟด้านบนนี้ รกเต็มไปหมด อาจที่ให้เกิดความสับสนในการเทรดได้ คำแนะนำคือตีเฉพาะบริเวณที่มีนัยสำคัญๆ ก็เพียงพอแล้ว

การเทรดไม่จำเป็นต้องเทรดบ่อย เทรดน้อยแต่มีประสิทธิภาพ กำไรที่ได้จะมากกว่าคนเทรดบ่อยอีก

 

#7 ไม่เป็นจำต้องเป็น High Low หรือ Close

Technical บางตำรา บอกให้ตีแนวรับแนวต้านจากจุด High หรือจุด Low เท่านั้น หรือบางตำราให้ตีจาก Close เท่านั้น ซึ่งในสถานการณ์จริงไม่จำเป็นเลยที่ต้องเป็น High กับ Low หรือไม่จำเป็นเลยที่ต้องเป็น Close จะเป็นอะไรก็นั้น ให้ดูเป็นบริเวณมากกว่า

 

#8 ระดับ หรือ บริเวณ

ต้องเข้าใจก่อนเลยว่าแนวรับแนวต้านไม่จำเป็นต้อง เป๊ะ 100% บางคนชอบใช้เป็นระดับที่เป๊ะๆ ซึ่งพอเอาไปเทรดจริงมักจะพัง เพราะตลาดจริงนั้นแกว่งตัวไม่เป็นไปตามทฤษฎีอยู่แล้ว จึงแนะนำให้ดูเป็น “บริเวณ” มากกว่า จะบ่งชี้ได้ดีกว่า

 

shutterstock_334199933

 

เชื่อว่าถ้าเทรดเดอร์นำ 8 หลักการที่กล่าวมานี้ไปใช้ในการตีเส้นแนวรับแนวต้านในการเทรด Forex จะช่วยให้การเทรดนั้นมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเทรดเดอร์สาย Price action ที่ชอบดูพฤติกรรมของราคา โดยไม่ใช้พวก Indicator ในการเทรดนั้นก็จะเทรดได้อย่างดียิ่งๆขึ้นไปครับ

 

ทีมงาน : forexbrokersthailand.com